posted on 03 May 2010 02:29 by torutorubozu
พอดีว่าเพิ่งกลับมาจาก business trip ที่ไปกับเพื่อนๆที่เรียน MIM ด้วยกัน ครั้งนี้ได้ไป company visit หลายๆบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทางด้าน mkt เช่น saatchi & saatchi ที่เป็น advertising agency ชื่อดัง ที่กล่าวถึงเรื่อง Lovemark ... ในทริปนี้เป็นคร้้งแรกที่กะเหรี่ยงอย่างเราได้ไป อังกฤษ เมืองผู้ดี มีข้อสังเกตหลายๆอย่างที่เก็บมา อย่างเช่น
1. คน London มักจะใส่ เสื้อโค้ท สีดำ
2. คนส่วนใหญ่ มักใช้ ร่ม สีดำ
3. Fish and Chips (ปลาทอดกับมันฝรั่ง) คืออาหารประจำชาติ
ข้อ 1 กับ ข้อ 2 ทำให้เราสงสัยว่า คนเมืองนี้ เค้าไว้ทุกข์กันป่าวว้า
ส่วนข้อ 3 คิดได้ว่า อาหารประจำชาติทำง่ายดีแฮะ ง่ายกว่า ต้มยำกุ้ง ที่ดูเหมือนจะเป็นอาหารประจำชาติไทย ( ป่าวว้า ) ที่ ทำยากกกจัง
เดี๋ยวจะมาเล่าต่อว่า ที่ไปดูงาน กึ่งๆเที่ยวเนี่ย มีอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ เพื่อนเราโดนโจรอ้วนดำ ใน park ปล้นไป 400 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ 20,000 บาทถ้วน กรี๊ด ... มันเลวมากกก ( วันนั้นไม่ได้ไป ถ่ายรูปที่ park กับเพื่อน เพราะไม่ตื่น เลยโชคดีไป ) ชักง่วงได้ที่ละ ไว้มาเล่าใหม่ละเน้ออ
edit @ 3 May 2010 02:39:46 by ~Toru Toru Bozu ~
edit @ 3 May 2010 02:52:36 by ~Toru Toru Bozu ~
posted on 13 Nov 2008 23:22 by torutorubozu
กาลครั้งหนึ่ง ที่ยังไม่นานมากนักซักเท่าไหร่ มี เด็กหญิงและเด็กชาย คู่หนึ่ง ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ทั้งสองได้ลงสมัครเรียนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษไว้ในตอนเย็น ณ สถานศึกษาแห่งหนึ่งกลางสีลม ด.ญ. ดั๊ก < นามสมมติ> มีความมุ่งมั่น แน่วแน่ ตั้งใจเรียนมาก ในขณะที่ ด.ช. กุ๊ก <นามสมมติกว่า> มาเรียน บ้าง ขาดเรียนบ้าง เด็กทั้งสอง เรียนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษ ด้วยความถึกอย่างมาก ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนเด็กทั้งสองได้ ฟัง พูด อ่าน เขียน ครั้งแล้วครั้งเล่า เรียนไป บ่นไป ตามประสาเด็ก ... แต่ก็น่าแปลกที่ ทั้งสองคน ไม่เคยพูดกัน ถึงแม้จะเรียนห้องเดียวกัน นั่งเกือบติดกัน แต่ เด็กทั้งสอง ไม่เคยคุยกันเลย....
จนมาวันหนึ่ง ... ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเรียนพิเศษ ... ด.ญ.ดั๊ก ได้นั่งติดกับ ด.ช. กุ๊ก เธอ ลอกข้อความบนกระดานไม่ทัน (คุณครูลบไปแล้ว) เลยหันไปถาม ด.ช. กุ๊ก ....
ด.ญ. ดั๊ก: กุ๊กๆ เราจดไม่ทัน ขอยืมดูหน่อย
ด.ช. กุ๊ก: {หันมาทำหน้างงๆ} ตรงไหนหรอ
ด.ญ.ดั๊ก: ตรงนี้อ่า ประโยค ที่ 2 ของ บทความนี้
ด.ช.กุ๊ก: อ๋อ นี่ไง อยู่ตรงนี้
หลังจากนั้น ...ทั้งสองก็ต่างแยกย้ายกันไปสอบ ภาษาอังกฤษที่ร่ำเรียนกันมา
แต่..เรื่องราวยังไม่จบง่ายๆแค่นั้น ....< โปรดติดตามตอนต่อไป ...มั้ง>
posted on 15 Jun 2007 23:58 by torutorubozu
ลมโชยเบาๆ อากาศในแดดร้อนๆ
ฉันนั้นก็นั่งจับเจ่าไม่มีอารมณ์จะคิดอะไร
อยากปล่อยใจไป ลอยไปในพายุร้อน
ให้ใจได้พักได้ผ่อนให้ลืมเวลาที่วุ่นวาย
ไม่อยากจะเจอ
ไม่อยากจะเจอะใครๆ
ไม่รับไม่รู้อะไร
จะปล่อยตัวเองให้ว่างสักวัน
ปลดปล่อยตัวเอง จากสิ่งที่อยู่มานาน
คืนวันที่น่าเบื่อหน่าย
ไม่อยากจะแคร์อะไรมากมาย
แค่ขอให้ฉันได้เจอความสุขสักนิดนึง
ไม่คิดไปหา ไปเอาที่ไหนที่ไกลจากตัว
เมื่อฉันได้พักได้นั่งลำพัง
ไม่ต้องคิดถึงใคร
ได้มองฟ้าที่งดงาม
มองหญ้าเขียว ในมุมที่สดใส
เมื่อฉันได้พักเลิกคิดกังวล
กับวันที่ยุ่งเหยิง
จึงได้เห็นความสวยงาม
ในโลกนี้ที่
( ฉันเคยมองเลยข้ามไป )
( ที่ฉันไม่เคยเห็น )
( ความงามที่มองข้ามไป )
เหนื่อยจากการงาน
เหนื่อยจากวันวานที่เหงา
ท้อแท้ในเรื่องเก่าๆ
ที่ยังวนเวียนคั่งค้างในใจ
อยากปล่อยใจไป
ลอยไปในพายุร้อน
ให้ใจได้พักผ่อน
ให้ลืมเวลาที่มันวุ่นวาย
ยิ่งฟังก็ยิ่งชอบๆๆๆๆๆๆๆ ฟังแล้ว รู้สึกสบายใจจัง
เมื่อไหร่ที่เหนื่อยกับการทำงาน หรือ เรื่องต่างๆที่ทำให้ไม่สบายใจ ฟังเพลงนี้แล้ว ผ่อนคลาย Happy จัง :)
เพื่อนสนิทเราคนนึงเคยพูดไว้ว่า " บางครั้งถ้าเหนื่อยมากๆ ก็ถอยมาตั้งหลักก่อน แล้วค่อยลุยกับปัญหา " ระหว่างที่ถอยออกมา ก็ทำให้มองอะไรรอบตัวได้กระจ่างชัดขึ้น
และเมื่อไหร่ที่รู้สึกดีกับใคร ก็ ทำดีกับเค้าคนนั้นมากๆ เต็มที่กับความรู้สึกไปเลย ไม่ต้องลังเล หรือคิดมากอะไรทั้งสิ้น อยากทำอะไรทำ ชีวิตคนเรามีชีวิตเดียว ... Happy ให้เต็มที่ไปเลย แต่ก็อย่าทำให้ใครเดือดร้อนละกัน
ในมุมกลับกัน ถ้าเค้าคนนั้นเล่นๆกับความรู้สึกเราละ ควรจะทำเช่นไร ... เพื่อนเรามันก็ตอบว่า ก็ปล่อยมันไปละกัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรเที่ยงอยู่แล้ว แต่ก็ อย่าไปอะไรกับมันมาก ... แค่รักตัวเองให้มากๆก็พอแล้ว
เพื่อนรอบๆตัว เราผู้มีประสบการณ์มากกว่าเราชอบมาสอนอะไรแบบนี้ ทำให้เรียนรู้อะไรอีกแบบอีกมุมมอง พร้อมกับมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น ... ดีจัง
ในเมื่อเรามองโลกอีกมุมอย่าไปคิดอะไรกับชีวิตมากมาย มันก็มีความสุขได้ง่ายๆ ... เปรียบเสมือนความงามที่ซ่อนอยู่ในโลกใบนี้... เพียงแต่ว่าใครจะมอง หรือ ไม่มองมันเท่านั้น :)
edit @ 2007/06/17 21:54:57